ซิฟิลิส: อาการและการรักษา

อัปเดตล่าสุด July 2026

ซิฟิลิสเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และมีความสำคัญเพราะหากไม่ได้รับการรักษา อาจดำเนินไปหลายระยะจนก่อความเสียหายร้ายแรงต่อหัวใจ สมอง และระบบประสาทได้ ข่าวดีคือซิฟิลิสรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะ โดยเฉพาะเมื่อตรวจพบและรักษาตั้งแต่ระยะแรก หน้านี้อธิบายครบตั้งแต่สาเหตุและการติดต่อ อาการทั้ง 4 ระยะ ภาวะแทรกซ้อน การติดต่อจากแม่สู่ลูก การวินิจฉัย การรักษา และการป้องกัน เพื่อให้คุณเข้าใจและดูแลสุขภาพทางเพศได้อย่างมั่นใจ

ซิฟิลิสคืออะไร

ซิฟิลิส (Syphilis) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ทรีโพนีมา พาลลิดัม (Treponema pallidum)

โรคที่รักษาหายได้แต่ต้องไม่ละเลย

ซิฟิลิสรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา เชื้อจะยังอยู่ในร่างกายและค่อย ๆ ลุกลาม จนอาจก่อความเสียหายร้ายแรงในระยะยาว

รู้ทันเพื่อดูแลได้

การเข้าใจอาการและระยะของซิฟิลิสช่วยให้ตรวจพบและรักษาได้เร็ว ดูภาพรวมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI)

พบได้บ่อยและกลับมาเป็นซ้ำได้

ซิฟิลิสเป็นโรคที่พบได้และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ สิ่งที่ควรรู้คือ การเคยเป็นและรักษาหายแล้วไม่ได้ทำให้มีภูมิคุ้มกันถาวร จึงสามารถติดเชื้อซ้ำได้หากสัมผัสเชื้ออีก การป้องกันและตรวจสม่ำเสมอจึงยังสำคัญ

สาเหตุและการติดต่อ

ซิฟิลิสติดต่อจากคนสู่คนได้สองช่องทางหลัก

การติดต่อ

  • ทางเพศสัมพันธ์ ผ่านการสัมผัสโดยตรงกับแผลหรือสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปาก
  • จากแม่สู่ลูก ระหว่างตั้งครรภ์หรือคลอด ซึ่งเรียกว่าซิฟิลิสแต่กำเนิด

พฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยง

การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยาง การมีคู่นอนหลายคน และการสัมผัสรอยโรคของผู้ติดเชื้อ ล้วนเพิ่มโอกาสติดเชื้อ เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายผ่านเยื่อบุหรือผิวหนังที่มีรอยถลอก

อาการของซิฟิลิส 4 ระยะ

อาการของซิฟิลิสแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ซึ่งอาจเรียงตามลำดับหรือคาบเกี่ยวกันได้

ภาพรวม 4 ระยะ

ระยะช่วงเวลาอาการเด่น
ระยะที่ 1ประมาณ 3 สัปดาห์หลังติดเชื้อแผลริมแข็งที่ไม่เจ็บ
ระยะที่ 2ประมาณ 3 ถึง 12 สัปดาห์ผื่นทั่วตัว รวมฝ่ามือฝ่าเท้า และอาการคล้ายไข้หวัด
ระยะแฝงหลายเดือนถึงหลายปีไม่มีอาการ แต่ยังมีเชื้ออยู่
ระยะที่ 3หลายปีต่อมาทำลายหัวใจ สมอง และเส้นประสาท

อาจไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ

เพราะแผลในระยะแรกไม่เจ็บและหายได้เอง อีกทั้งระยะแฝงไม่มีอาการ ผู้ติดเชื้อจำนวนมากจึงไม่รู้ตัวและอาจแพร่เชื้อโดยไม่ตั้งใจ นี่คือเหตุผลที่การตรวจสำคัญมาก

ระยะที่ 1 และ 2 โดยละเอียด

สองระยะแรกเป็นช่วงที่มักมีอาการปรากฏให้สังเกตได้

ระยะที่ 1: แผลริมแข็ง

ประมาณ 3 สัปดาห์หลังติดเชื้อ จะเกิด แผลริมแข็ง (chancre) เป็นตุ่มแผลเล็ก ขอบนูนแข็ง กดไม่เจ็บ มักขึ้นที่อวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนัก แผลนี้หายได้เองใน 3 ถึง 8 สัปดาห์ แต่เชื้อยังอยู่ในร่างกาย

ระยะที่ 2: ผื่นทั่วตัว

ประมาณ 3 ถึง 12 สัปดาห์หลังติดเชื้อ เชื้อแพร่ไปทั่วร่างกาย ทำให้เกิด ผื่นที่ไม่คันและไม่เจ็บ ซึ่งอาจขึ้นที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า ร่วมกับอาการคล้ายไข้หวัด เช่น มีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต เจ็บคอ และผมร่วง อาการเหล่านี้ค่อย ๆ หายเองแล้วเข้าสู่ระยะแฝง

อาการในผู้ชายและผู้หญิงคล้ายกัน

อาการโดยรวมคล้ายกันทั้งสองเพศ ต่างกันที่ตำแหน่งของรอยโรค ในผู้หญิงแผลอาจอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นยาก เช่น ปากมดลูก ทำให้ระยะแรกอาจถูกมองข้าม

ระยะแฝงและระยะที่ 3

หากไม่ได้รับการรักษา ซิฟิลิสจะเข้าสู่ระยะที่ไม่มีอาการและระยะที่รุนแรงที่สุด

ระยะแฝง

เป็นระยะที่ แทบไม่มีอาการ แต่เชื้อยังอยู่ในร่างกาย และยังสามารถแพร่สู่ผู้อื่นได้ในช่วงต้น รวมถึงแพร่จากแม่สู่ลูก ระยะนี้อาจยาวนานหลายปี

ระยะที่ 3

พบในผู้ที่ไม่ได้รับการรักษาส่วนหนึ่ง เป็นระยะสุดท้ายและรุนแรงที่สุด เชื้อจะทำลายอวัยวะสำคัญอย่างถาวร เช่น สมองและระบบประสาท หัวใจและหลอดเลือด ตับ และกระดูก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะร้ายแรงถึงชีวิต การรักษาตั้งแต่ระยะแรกจึงป้องกันระยะนี้ได้

ภาวะแทรกซ้อน

หากปล่อยไว้จนถึงระยะรุนแรง ซิฟิลิสอาจก่อภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง

ผลต่อระบบต่าง ๆ

  • ระบบประสาท (neurosyphilis) อาจทำให้สมองเสื่อม การเคลื่อนไหวผิดปกติ อัมพาต ชัก หรือสูญเสียการมองเห็นและการได้ยิน
  • หัวใจและหลอดเลือด อาจทำให้ลิ้นหัวใจรั่วหรือหลอดเลือดแดงโป่งพอง
  • กระดูกและอวัยวะภายใน อาจเกิดความเสียหายได้

ป้องกันได้ด้วยการรักษาแต่เนิ่น ๆ

ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้เกิดในระยะท้ายที่ไม่ได้รับการรักษา การตรวจพบและรักษาซิฟิลิสตั้งแต่ระยะแรกช่วยป้องกันความเสียหายเหล่านี้ได้เกือบทั้งหมด

ทำไมจึงเรียกว่านักเลียนแบบ

ซิฟิลิสบางครั้งถูกเรียกว่านักเลียนแบบ เพราะอาการอาจคล้ายโรคอื่นได้หลายอย่าง เช่น ผื่นที่คล้ายโรคผิวหนังทั่วไป การตรวจเลือดจึงช่วยยืนยันได้ชัดเจนกว่าการดูอาการเพียงอย่างเดียว

ซิฟิลิสกับการตั้งครรภ์

ซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเชื้อสามารถถ่ายทอดสู่ทารกได้

ซิฟิลิสแต่กำเนิด

หากแม่ที่ติดเชื้อไม่ได้รับการรักษา เชื้ออาจผ่านไปสู่ทารกในครรภ์ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น การคลอดก่อนกำหนด หรือปัญหาสุขภาพของทารก

ตรวจคัดกรองในการฝากครรภ์

ข่าวดีคือ การตรวจคัดกรองซิฟิลิสในการฝากครรภ์และการรักษาแม่ที่ติดเชื้อช่วยป้องกันการถ่ายทอดสู่ลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ หญิงตั้งครรภ์ทุกคนจึงควรได้รับการตรวจ อ่านเรื่องการดูแลการตั้งครรภ์ที่ HIV กับการตั้งครรภ์และการมีลูก

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยซิฟิลิสทำได้ด้วยวิธีที่ตรงไปตรงมา

วิธีการตรวจ

  • การตรวจเลือด เป็นวิธีที่ใช้บ่อยและแม่นยำที่สุด โดยตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ
  • การตรวจจากแผล โดยเก็บตัวอย่างจากรอยโรคไปส่องกล้อง ในผู้ที่มีแผลปรากฏ
  • การตรวจน้ำไขสันหลัง ในกรณีที่สงสัยว่าเชื้อลุกลามเข้าระบบประสาท

การตรวจนำไปสู่การรักษา

เพราะซิฟิลิสอาจไม่มีอาการ การตรวจเลือดจึงเป็นวิธีสำคัญที่ช่วยให้รู้สถานะและเริ่มการรักษาได้ทันเวลา อ่านเรื่องการตรวจที่ การตรวจ STI

การรักษา

ข่าวดีที่สุดคือ ซิฟิลิสรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะ

ยาเพนิซิลลินเป็นหลัก

การรักษาหลักคือ การฉีดยาเพนิซิลลิน ซึ่งได้ผลดีในการกำจัดเชื้อ จำนวนครั้งขึ้นกับระยะของโรค โดยระยะแรกมักฉีดเพียงครั้งเดียว ส่วนระยะที่ลุกลามอาจฉีดต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ผู้ที่แพ้เพนิซิลลินแพทย์อาจใช้ยาปฏิชีวนะอื่นทดแทน

การติดตามผลและข้อควรรู้

หลังการรักษา แพทย์จะนัดตรวจเลือดเป็นระยะเพื่อยืนยันว่าการรักษาได้ผล บางคนอาจมีอาการชั่วคราวหลังฉีดยา เช่น ไข้หรือปวดเมื่อย ซึ่งหายได้เอง ควร งดมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะรักษาครบและแพทย์ยืนยันว่าปลอดภัย และคู่ควรได้รับการตรวจและรักษาด้วย

ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งง่าย

การรักษาในระยะแรกมักง่ายและใช้ยาน้อยกว่าระยะที่ลุกลาม การไม่ปล่อยให้โรคดำเนินไปนานจึงเป็นผลดีต่อทั้งการรักษาและการป้องกันภาวะแทรกซ้อน หากสงสัยว่าติดเชื้อ ควรพบแพทย์โดยเร็ว

การป้องกัน

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันซิฟิลิส การป้องกันจึงเน้นการลดความเสี่ยงและการตรวจ

วิธีป้องกัน

  • ใช้ถุงยางอนามัย ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ทั้งทางช่องคลอด ทวารหนัก และปาก อ่านเพิ่มที่ ถุงยางอนามัย
  • ตรวจคัดกรอง STI สม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีคู่ใหม่
  • แจ้งคู่และดูแลร่วมกัน หากตรวจพบว่าติดเชื้อ
  • หญิงตั้งครรภ์ควรตรวจคัดกรอง ในการฝากครรภ์

การป้องกันแบบผสมผสาน

การใช้หลายวิธีร่วมกันให้การป้องกันที่ดีที่สุด และการตรวจสม่ำเสมอช่วยให้พบและรักษาได้เร็วหากติดเชื้อ

ตรวจแม้ไม่มีอาการ

เพราะซิฟิลิสอาจไม่มีอาการเป็นเวลานาน การตรวจตามช่วงเวลาที่เหมาะสมแม้รู้สึกสบายดีจึงเป็นการดูแลตัวเองที่ดี โดยเฉพาะผู้ที่มีคู่ใหม่หรือมีความเสี่ยง

ซิฟิลิสกับ HIV

ซิฟิลิสกับ HIV มีความเชื่อมโยงกันที่ควรรู้

แผลซิฟิลิสเพิ่มความเสี่ยง HIV

แผลริมแข็งและรอยโรคของซิฟิลิสเป็นช่องทางให้เชื้อ HIV เข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น ผู้ที่มีซิฟิลิสจึงมีความเสี่ยงต่อการติด HIV สูงขึ้น

ตรวจทั้งสองไปพร้อมกัน

การตรวจซิฟิลิสและ HIV พร้อมกันเป็นแนวทางที่ดี และการใช้ถุงยางช่วยป้องกันทั้งสองอย่าง ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อ HIV อาจพิจารณา PrEP ร่วมด้วย ดูภาพรวมที่ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI)

สรุป

ซิฟิลิสเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากเชื้อแบคทีเรียที่ดำเนินเป็น 4 ระยะ เริ่มจากแผลริมแข็งที่ไม่เจ็บ ตามด้วยผื่นทั่วตัว ระยะแฝงที่ไม่มีอาการ และระยะสุดท้ายที่อาจทำลายหัวใจ สมอง และเส้นประสาท เพราะหลายระยะไม่มีอาการชัด การตรวจเลือดจึงเป็นวิธีสำคัญที่จะรู้สถานะ

ข่าวดีคือซิฟิลิสรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาเพนิซิลลิน โดยเฉพาะเมื่อรักษาตั้งแต่ระยะแรก การป้องกันทำได้ด้วยถุงยาง การตรวจสม่ำเสมอ และการตรวจคัดกรองในหญิงตั้งครรภ์ แม้ยังไม่มีวัคซีน

หากต้องการตรวจซิฟิลิส STI อื่น หรือ HIV ค้นหาและจองคลินิกได้ที่ Love2Test

แหล่งอ้างอิง

เนื้อหาอ้างอิงจากแนวทางองค์กรด้านสุขภาพระดับสากลและในประเทศ

  1. WHO — syphilis
  2. CDC — syphilis
  3. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

คำถามที่พบบ่อย

ซิฟิลิสรักษาหายขาดได้ไหม?
ได้ ซิฟิลิสรักษาหายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนิซิลลิน โดยเฉพาะเมื่อตรวจพบและรักษาตั้งแต่ระยะแรก
ซิฟิลิสหายได้เองไหม?
แผลและผื่นอาจหายไปเอง แต่เชื้อยังอยู่ในร่างกายและลุกลามต่อได้ จึงจำเป็นต้องรับการรักษาเพื่อกำจัดเชื้อ
แผลซิฟิลิสเจ็บไหม?
โดยทั่วไปแผลริมแข็งในระยะแรกไม่เจ็บและกดไม่เจ็บ ทำให้หลายคนไม่ทันสังเกต
ซิฟิลิสมีวัคซีนไหม?
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันซิฟิลิส การป้องกันเน้นถุงยางและการตรวจสม่ำเสมอ
ตรวจซิฟิลิสอย่างไร?
ส่วนใหญ่ตรวจด้วยการตรวจเลือดเพื่อหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ ในบางกรณีอาจตรวจจากแผลโดยตรง
ติดซิฟิลิสตอนตั้งครรภ์อันตรายไหม?
อาจถ่ายทอดสู่ทารกได้ แต่การตรวจคัดกรองและรักษาแม่ในการฝากครรภ์ช่วยป้องกันได้ หญิงตั้งครรภ์จึงควรตรวจ

อ่านต่อในหมวดนี้

อยากรู้เพิ่มหรือพร้อมตรวจแล้ว?

หาที่ตรวจ