PrEP คืออะไร
PrEP คือยาป้องกัน HIV สำหรับผู้ที่ยังไม่มีเชื้อ รู้จักทุกรูปแบบ ทั้งแบบกินทุกวัน แบบเฉพาะช่วง และแบบฉีดออกฤทธิ์ยาวรุ่นใหม่ พร้อมสถานะล่าสุดในประเทศไทย
PrEP คืออะไร
PrEP ย่อมาจาก Pre-Exposure Prophylaxis หรือ การป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ คือการใช้ยาต้านไวรัสในผู้ที่ ยังไม่มีเชื้อ HIV เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
PrEP ทำงานอย่างไร
เมื่อมียาอยู่ในร่างกายในระดับที่เพียงพอ ยาจะช่วย ป้องกันไม่ให้ไวรัส HIV เข้าไปตั้งตัวและเพิ่มจำนวน หากมีการสัมผัสเชื้อ จึงลดโอกาสติดเชื้อได้อย่างมาก
PrEP เหมาะกับใคร
PrEP เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่มีเชื้อแต่มีความเสี่ยงต่อการติด HIV เช่น มีคู่ที่มีเชื้อ หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางเป็นประจำ ดูภาพรวมการป้องกันทั้งหมดที่ การป้องกัน HIV: ทางเลือกทั้งหมด
PrEP เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการป้องกัน
PrEP เป็นเครื่องมือป้องกันที่ทรงพลัง แต่ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับวิธีอื่น เช่น ถุงยางและการตรวจสม่ำเสมอ การมองภาพรวมช่วยให้เลือกการป้องกันที่เหมาะกับตัวเองได้
PrEP ได้ผลแค่ไหน
PrEP เป็นวิธีป้องกัน HIV ที่มีประสิทธิภาพสูงมากเมื่อใช้อย่างถูกต้อง
ประสิทธิภาพขึ้นกับความสม่ำเสมอ
เมื่อใช้ PrEP อย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำ สามารถลดความเสี่ยงในการติด HIV ทางเพศสัมพันธ์ได้เกือบทั้งหมด กุญแจสำคัญคือ การใช้ต่อเนื่องให้ระดับยาในร่างกายเพียงพอ
ทำไมแบบฉีดจึงน่าสนใจ
หนึ่งในความท้าทายของ PrEP แบบกินคือการกินยาสม่ำเสมอทุกวัน PrEP แบบฉีดที่ออกฤทธิ์ยาวจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยแก้ปัญหานี้ เพราะไม่ต้องกินยาทุกวัน โดยจะอธิบายรายละเอียดในหัวข้อถัดไป
PrEP มีกี่แบบ

ปัจจุบัน PrEP มีหลายรูปแบบให้เลือก ตั้งแต่แบบกินไปจนถึงแบบฉีดที่ออกฤทธิ์ยาว
รูปแบบของ PrEP
- แบบกินทุกวัน ยาเม็ดที่กินวันละครั้ง เป็นรูปแบบที่ใช้กันแพร่หลายที่สุด
- แบบเฉพาะช่วง (2-1-1) กินเฉพาะช่วงที่มีความเสี่ยง สำหรับบางกลุ่ม
- แบบฉีด Cabotegravir ฉีดทุก 2 เดือน
- แบบฉีด Lenacapavir ฉีดปีละ 2 ครั้ง เป็นตัวเลือกใหม่ล่าสุด
เลือกให้เหมาะกับตัวเอง
แต่ละแบบมีข้อดีต่างกัน บางคนสะดวกกับการกินยา บางคนชอบแบบฉีดที่ไม่ต้องจำทุกวัน หัวข้อถัดไปจะอธิบายแต่ละแบบโดยละเอียด
PrEP แบบกินทุกวัน
PrEP แบบกินทุกวันเป็นรูปแบบที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดและมีในโครงการ PrEP ของประเทศไทย
วิธีใช้
กินยาวันละ 1 เม็ดในเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน เพื่อให้ระดับยาในร่างกายคงที่ ยาที่ใช้ทั่วไปเป็นยาต้านไวรัสสูตรผสมที่มีในรูปแบบยาสามัญ ทำให้เข้าถึงได้
ข้อดี
- มีการใช้มายาวนานและมีข้อมูลรองรับมาก
- เข้าถึงง่ายและราคาไม่แพงในไทย
- ปรับหยุดหรือเริ่มใหม่ได้ตามคำแนะนำของแพทย์
สิ่งสำคัญคือการกินให้สม่ำเสมอ เพราะประสิทธิภาพขึ้นกับการมียาในร่างกายอย่างเพียงพอ
เหมาะกับใคร
PrEP แบบกินเหมาะกับผู้ที่สะดวกกินยาทุกวันและต้องการทางเลือกที่มีข้อมูลรองรับยาวนาน อีกทั้งยังปรับเปลี่ยนได้ง่ายหากความเสี่ยงเปลี่ยนไป
PrEP แบบเฉพาะช่วง (2-1-1)
PrEP แบบเฉพาะช่วง หรือ 2-1-1 เป็นการกิน PrEP เฉพาะรอบที่คาดว่าจะมีความเสี่ยง
กินอย่างไร
รูปแบบ 2-1-1 คือกิน 2 เม็ดก่อนมีเพศสัมพันธ์ 2 ถึง 24 ชั่วโมง จากนั้นกิน 1 เม็ดหลังจากนั้น 24 ชั่วโมง และอีก 1 เม็ดในอีก 24 ชั่วโมงถัดมา
เหมาะกับใคร
แบบเฉพาะช่วงเหมาะกับบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็นครั้งคราวมากกว่าต่อเนื่อง และมีคำแนะนำเฉพาะเกี่ยวกับการใช้ ควรปรึกษาผู้ให้บริการก่อน อ่านรายละเอียดที่ PrEP แบบเฉพาะช่วง
PrEP แบบฉีด: Cabotegravir (CAB-LA)
PrEP แบบฉีดชนิดแรกที่มีในไทยคือ Cabotegravir แบบออกฤทธิ์ยาว (CAB-LA) ซึ่งรู้จักในชื่อการค้า Apretude
ฉีดทุก 2 เดือน
หลังจากช่วงเริ่มต้น CAB-LA จะฉีดทุก ๆ 2 เดือน จึงไม่ต้องกินยาทุกวัน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาการกินยาสม่ำเสมอหรือต้องการความเป็นส่วนตัว
สถานะในประเทศไทย
CAB-LA ได้รับการรับรองและ เริ่มให้บริการในไทยตั้งแต่ต้นปี 2025 ผ่านสถานบริการที่ขึ้นทะเบียน เช่น ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย และคลินิกชุมชนบางแห่ง จากการศึกษาพบว่าการฉีดช่วยเพิ่มการป้องกันได้ดี ส่วนหนึ่งเพราะแก้ปัญหาเรื่องการกินยาไม่สม่ำเสมอ
ข้อควรรู้
CAB-LA ไม่ใช่วัคซีน ต้องฉีดตามกำหนดต่อเนื่อง การขาดนัดหรือเลื่อนฉีดอาจเพิ่มความเสี่ยง ควรวางแผนการฉีดกับผู้ให้บริการ
ข้อดีของแบบฉีดทุก 2 เดือน
ข้อดีหลักของ CAB-LA คือไม่ต้องกินยาทุกวัน ช่วยลดภาระการจำและเพิ่มความเป็นส่วนตัว การศึกษาในต่างประเทศพบว่าการฉีดช่วยให้การป้องกันสม่ำเสมอกว่าในหลายกรณี
PrEP แบบฉีด: Lenacapavir (ปีละ 2 ครั้ง)

ตัวเลือกใหม่ล่าสุดคือ Lenacapavir แบบฉีด (LEN) ซึ่งเป็น PrEP ที่ ฉีดเพียงปีละ 2 ครั้ง
ฉีดทุก 6 เดือน
Lenacapavir ฉีดเข้าใต้ผิวหนังทุก 6 เดือน หรือปีละ 2 ครั้งเท่านั้น จึงเป็น PrEP ที่ออกฤทธิ์ยาวที่สุดในปัจจุบัน สะดวกอย่างมากสำหรับผู้ที่ไปคลินิกบ่อย ๆ ได้ยาก
ประสิทธิภาพสูงมาก
Lenacapavir ได้รับการรับรองจาก FDA ในเดือนมิถุนายน 2025 และองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำในเดือนกรกฎาคม 2025 จากการศึกษา PURPOSE 1 และ PURPOSE 2 ที่พบประสิทธิภาพในการป้องกันสูงมาก โดยแทบไม่พบการติดเชื้อในกลุ่มที่ได้รับยา
สถานะในประเทศไทย
ในไทย Lenacapavir สำหรับ PrEP กำลังอยู่ในขั้นตอนการนำเข้าสู่ระบบ โดยปลายปี 2025 มีการอนุมัติงบประมาณสำหรับโครงการนำร่องการใช้ Lenacapavir แบบปีละ 2 ครั้ง และคาดว่าจะมีการขยายการเข้าถึงในระยะต่อไป เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงเร็ว ควรสอบถามความพร้อมล่าสุดกับคลินิกหรือผ่าน Love2Test
ทำไม Lenacapavir จึงเป็นที่จับตามอง
การฉีดเพียงปีละ 2 ครั้งช่วยลดปัญหาการลืมกินยาและการต้องไปคลินิกบ่อย ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของการใช้ PrEP ที่ผ่านมา หลายฝ่ายจึงมองว่าเป็นก้าวสำคัญของการป้องกัน HIV ทั่วโลก
ใครควรใช้ PrEP
PrEP ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน แต่เหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติด HIV
ควรพิจารณา PrEP หาก
- มีคู่ที่มีเชื้อ HIV โดยเฉพาะที่ยังตรวจพบไวรัส
- มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางกับผู้ที่ไม่ทราบสถานะ
- มีคู่นอนหลายคน
- เคยใช้ PEP บ่อยครั้ง
- ใช้ยาแบบฉีดร่วมกับผู้อื่น
ประเมินร่วมกับผู้ให้บริการ
การตัดสินใจใช้ PrEP ควรทำร่วมกับผู้ให้บริการสุขภาพที่ช่วยประเมินความเสี่ยงและเลือกรูปแบบที่เหมาะสม อ่านรายละเอียดที่ ใครควรใช้ PrEP
ผลข้างเคียงและความปลอดภัย
PrEP เป็นยาที่ปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ก็มีสิ่งที่ควรรู้เรื่องผลข้างเคียง
ผลข้างเคียงที่พบ
- แบบกิน บางคนอาจมีอาการเล็กน้อยช่วงแรก เช่น คลื่นไส้หรือปวดหัว ซึ่งมักหายไปเอง
- แบบฉีด ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือ ปฏิกิริยาบริเวณที่ฉีด เช่น เจ็บหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักไม่รุนแรง
การติดตามสุขภาพ
ผู้ใช้ PrEP ควรตรวจ HIV และตรวจสุขภาพตามนัดเป็นระยะ เพื่อความปลอดภัยและติดตามผล อ่านรายละเอียดเรื่องผลข้างเคียงที่ ผลข้างเคียงของ PrEP
เริ่ม PrEP และรับได้ที่ไหน
การเริ่ม PrEP มีขั้นตอนสำคัญเพื่อความปลอดภัยและได้ผล
ก่อนเริ่ม
- ต้องตรวจ HIV ก่อน และผลต้องเป็นลบ เพราะ PrEP ใช้สำหรับผู้ที่ยังไม่มีเชื้อ
- มีการตรวจสุขภาพพื้นฐาน เช่น การทำงานของไต และตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น
รับ PrEP ได้ที่ไหน
PrEP มีให้บริการที่โรงพยาบาล คลินิกเฉพาะทาง และองค์กรชุมชนหลายแห่งในไทย ทั้งแบบกินและแบบฉีดตามความพร้อมของแต่ละที่ ดูจุดบริการที่ รับ PrEP ได้ที่ไหน หรือค้นหาและจองคลินิกที่ Love2Test
PrEP ไม่ได้ป้องกันทุกอย่าง

แม้ PrEP จะป้องกัน HIV ได้ดีมาก แต่มีข้อจำกัดที่สำคัญที่ควรเข้าใจ
PrEP ป้องกันเฉพาะ HIV
PrEP ไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น เช่น ซิฟิลิส หนองใน หรือเริม และไม่ได้ป้องกันการตั้งครรภ์
จึงควรใช้ร่วมกับถุงยาง
การใช้ ถุงยางอนามัย ร่วมกับ PrEP ช่วยให้ได้การป้องกันที่ครอบคลุมกว่า ทั้ง HIV โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น และการตั้งครรภ์ การตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำก็สำคัญเช่นกัน
การป้องกันที่ครอบคลุม
การป้องกันที่ดีที่สุดมักเป็นการใช้หลายวิธีร่วมกัน PrEP ดูแลเรื่อง HIV ถุงยางดูแลเรื่อง STIs และการตั้งครรภ์ ส่วนการตรวจสม่ำเสมอช่วยให้รู้สถานะของตัวเองและคู่
สรุป
PrEP คือยาต้านไวรัสที่ผู้ยังไม่มีเชื้อใช้เพื่อป้องกัน HIV และมีประสิทธิภาพสูงมากเมื่อใช้อย่างสม่ำเสมอ ปัจจุบันมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบกินทุกวัน แบบเฉพาะช่วง และ แบบฉีดที่ออกฤทธิ์ยาว ได้แก่ Cabotegravir ทุก 2 เดือน และ Lenacapavir ปีละ 2 ครั้ง
PrEP แบบฉีดเป็นความก้าวหน้าที่ช่วยแก้ปัญหาการกินยาทุกวัน โดย CAB-LA มีให้บริการในไทยแล้วที่สถานบริการที่ขึ้นทะเบียน ส่วน Lenacapavir กำลังอยู่ในขั้นตอนการนำเข้าสู่ระบบ อย่างไรก็ตาม PrEP ป้องกันเฉพาะ HIV จึงควรใช้ร่วมกับถุงยางเพื่อการป้องกันที่ครอบคลุม
หากสนใจเริ่ม PrEP หรือสอบถามความพร้อมของแบบฉีดล่าสุด ค้นหาและจองคลินิกได้ที่ Love2Test
แหล่งอ้างอิง
เนื้อหาอ้างอิงจากแนวทางองค์กรด้านสุขภาพระดับสากลและในประเทศ