คำถามที่พบบ่อย

คำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HIV การตรวจ การป้องกัน และการรักษา

HIV พื้นฐาน

HIV กับ AIDS ต่างกันอย่างไร?
HIV คือเชื้อไวรัส ส่วน AIDS คือระยะที่ภูมิคุ้มกันถูกทำลายรุนแรง การติด HIV ไม่ได้แปลว่าเป็นเอดส์ หากรักษาต่อเนื่องสามารถไม่เข้าสู่ระยะเอดส์ได้ตลอดชีวิต
HIV ติดต่อทางไหนบ้าง?
HIV ติดต่อผ่านเลือด น้ำอสุจิ สารคัดหลั่งในช่องคลอดและทวารหนัก และน้ำนมแม่ ช่องทางที่พบบ่อยคือการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันและการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
HIV ไม่ติดต่อทางไหนบ้าง?
HIV ไม่ติดจากการกอด จับมือ จูบ ใช้ห้องน้ำหรือภาชนะร่วมกัน ไอจาม เหงื่อ น้ำตา หรือยุงกัด การอยู่ร่วมกันในชีวิตประจำวันปลอดภัย
มีอาการแบบไหนควรสงสัยว่าติด HIV?
บางคนมีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น ไข้ เจ็บคอ ผื่น ต่อมน้ำเหลืองโต ราว 2–4 สัปดาห์หลังรับเชื้อ แต่หลายคนไม่มีอาการเลย อาการเพียงอย่างเดียวใช้ยืนยันไม่ได้ ต้องตรวจเท่านั้น
ติด HIV แล้วใช้ชีวิตปกติได้ไหม?
ได้ ผู้ติดเชื้อที่กินยาต้านไวรัสต่อเนื่องมีสุขภาพแข็งแรงและอายุขัยใกล้เคียงคนทั่วไป ทำงาน เรียน ออกกำลังกาย และมีความสัมพันธ์ได้ตามปกติ

การตรวจ

เสี่ยงมากี่วันถึงตรวจได้?
ขึ้นกับชนิดการตรวจ NAT ตรวจได้เร็วสุดราว 10–14 วัน, Antigen/Antibody (Gen 4) ราว 2–4 สัปดาห์, ชุดตรวจแอนติบอดีอาจใช้เวลาถึงราว 3 เดือน
ตรวจ HIV ที่ไหนได้บ้าง?
ตรวจได้ที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชน คลินิกเฉพาะทาง องค์กรชุมชน หรือใช้ชุดตรวจที่บ้าน หลายที่ให้บริการฟรีและไม่เปิดเผยตัวตน
ตรวจ HIV ฟรีได้ไหม?
คนไทยมีสิทธิตรวจ HIV ฟรีปีละ 2 ครั้งที่โรงพยาบาลตามสิทธิหลักประกันสุขภาพ และหลายองค์กรชุมชนให้บริการฟรี
ตรวจ HIV เจ็บไหม ใช้เวลานานไหม?
ใช้เวลาไม่กี่นาที เจาะเลือดปลายนิ้วหรือเก็บตัวอย่างเล็กน้อย การตรวจแบบ rapid ทราบผลเบื้องต้นภายในราว 20 นาที
ชุดตรวจ HIV ด้วยตัวเองเชื่อถือได้ไหม?
เชื่อถือได้ถ้าทำตามคู่มืออย่างถูกต้อง แต่ตรวจพบได้ช้ากว่าห้องแล็บ หากผลเป็นบวกหรือเพิ่งมีความเสี่ยง ควรไปตรวจยืนยันที่สถานพยาบาลเสมอ
ผลตรวจเป็นบวก (reactive) ต้องทำอย่างไร?
ผลบวกจากการคัดกรองต้องตรวจยืนยันก่อนเสมอ ผลบวกไม่ใช่จุดจบ แต่คือการเริ่มการรักษาที่ทำให้ใช้ชีวิตปกติได้ แพทย์จะเริ่มยาต้านไวรัสโดยเร็ว
ตรวจแล้วผลลบ แต่เพิ่งเสี่ยงมา เชื่อได้เลยไหม?
ถ้าตรวจก่อนพ้น window period ผลลบอาจยังไม่แน่นอน ควรตรวจซ้ำหลังพ้นระยะ และหากเพิ่งเสี่ยงภายใน 72 ชั่วโมงควรปรึกษาเรื่อง PEP ทันที

การป้องกัน · PrEP · PEP

PrEP คืออะไร?
PrEP คือยาที่กินก่อนมีความเสี่ยงเพื่อป้องกัน HIV ล่วงหน้า ป้องกันได้สูงถึง 99% เมื่อกินสม่ำเสมอ เหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อเนื่อง
PrEP กับ PEP ต่างกันอย่างไร?
PrEP กินก่อนมีความเสี่ยงเพื่อป้องกันล่วงหน้า ส่วน PEP เป็นยาฉุกเฉินหลังมีความเสี่ยง ต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมงและกินต่อเนื่อง 28 วัน
PEP ต้องเริ่มภายในกี่ชั่วโมง?
PEP ได้ผลต่อเมื่อเริ่มภายใน 72 ชั่วโมงหลังสัมผัสเชื้อ ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดี หากเลย 72 ชั่วโมงยาจะไม่ได้ผล
PrEP หาได้ที่ไหน ฟรีไหม?
รับ PrEP ได้ที่คลินิกเฉพาะทาง โรงพยาบาล และองค์กรชุมชน ในไทยมีบริการ PrEP ฟรีตามสิทธิหลักประกันสุขภาพสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยง
PrEP มีผลข้างเคียงไหม?
บางคนอาจมีคลื่นไส้ ปวดหัว หรือปวดท้องในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ซึ่งมักหายเองเมื่อร่างกายปรับตัว แพทย์จะตรวจการทำงานของไตเป็นระยะ
ใช้ถุงยางอย่างเดียวพอไหม?
ถุงยางป้องกันทั้ง HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นได้ดีเมื่อใช้ถูกวิธีทุกครั้ง หากมีความเสี่ยงสูงหรือต่อเนื่อง การใช้ร่วมกับ PrEP จะเพิ่มความมั่นใจ
PrEP แบบกินเฉพาะเวลา (on-demand) คืออะไร?
สูตร on-demand (2-1-1) คือกิน 2 เม็ดก่อนมีเพศสัมพันธ์ 2–24 ชั่วโมง แล้ว 1 เม็ดที่ 24 ชั่วโมง และ 1 เม็ดที่ 48 ชั่วโมง เหมาะกับบางกลุ่มที่วางแผนล่วงหน้าได้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

การรักษา · U=U

U=U คืออะไร?
U=U คือ Undetectable = Untransmittable เมื่อผู้ติดเชื้อกินยาจนตรวจไม่พบเชื้อในเลือด จะไม่ถ่ายทอดเชื้อทางเพศสัมพันธ์สู่คู่
HIV รักษาหายไหม?
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่ยาต้านไวรัสควบคุมเชื้อได้จนตรวจไม่พบ ทำให้ผู้ติดเชื้อสุขภาพดี อายุยืน และไม่แพร่เชื้อ (U=U)
ต้องกินยาต้านไวรัสไปตลอดชีวิตไหม?
ใช่ การกินยาต่อเนื่องทุกวันคือหัวใจของการควบคุมเชื้อ การหยุดยาเองทำให้ไวรัสกลับมาเพิ่มและอาจดื้อยา จึงต้องกินสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง
ยาต้านไวรัสมีผลข้างเคียงไหม?
ยารุ่นใหม่มีผลข้างเคียงน้อย บางคนมีอาการเล็กน้อยช่วงแรกที่มักหายเอง หากมีอาการรบกวนแพทย์สามารถปรับสูตรยาได้
ผู้ติดเชื้อ HIV มีลูกได้ไหม ลูกจะติดไหม?
ได้ หญิงตั้งครรภ์ที่กินยาจนตรวจไม่พบเชื้อลดโอกาสส่งต่อสู่ลูกเหลือน้อยกว่า 1% การฝากครรภ์เร็วและการดูแลของแพทย์สำคัญมาก
การรักษา HIV ในไทยมีค่าใช้จ่ายไหม?
การรักษา HIV รวมยาต้านไวรัสครอบคลุมภายใต้สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม และสิทธิข้าราชการ โดยจัดหายาหลักให้ ตรวจสอบรายละเอียดสิทธิที่สถานพยาบาล

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง?
ที่พบบ่อยได้แก่ ซิฟิลิส หนองใน คลามิเดีย เริม HPV และไวรัสตับอักเสบ หลายชนิดรักษาหายได้ และบางชนิดป้องกันได้ด้วยวัคซีน
เป็น STI แล้วเสี่ยงติด HIV มากขึ้นไหม?
ใช่ การมี STI อื่นเพิ่มความเสี่ยงในการรับและแพร่ HIV การตรวจและรักษา STI จึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพทางเพศโดยรวม
ซิฟิลิสและหนองในรักษาหายไหม?
หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะเมื่อวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่น ๆ ควรรักษาคู่ไปพร้อมกันเพื่อป้องกันการติดซ้ำ และตรวจติดตามหลังรักษา

ทั่วไป

ข้อมูลการตรวจของฉันเป็นความลับไหม?
ข้อมูลสุขภาพได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย และเจ้าหน้าที่มีหน้าที่รักษาความลับ หลายแห่งมีบริการตรวจแบบไม่เปิดเผยตัวตน (anonymous) ด้วย
ถ้าเพิ่งมีความเสี่ยงตอนนี้ ควรทำอะไรก่อน?
หากอยู่ภายใน 72 ชั่วโมงและกังวล ให้รีบปรึกษาเรื่อง PEP ที่ห้องฉุกเฉินหรือคลินิกทันที จากนั้นวางแผนตรวจตาม window period และพิจารณา PrEP หากมีความเสี่ยงต่อเนื่อง

อยากรู้เพิ่มหรือพร้อมตรวจแล้ว?

หาที่ตรวจ