ไวรัสตับอักเสบซี

อัปเดตล่าสุด July 2026

ไวรัสตับอักเสบซีเป็นการติดเชื้อไวรัสที่ส่งผลต่อตับ และเป็นสาเหตุสำคัญของตับแข็งและมะเร็งตับ ต่างจากไวรัสตับอักเสบบีตรงที่ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่ข่าวดีที่สำคัญคือ ไวรัสตับอักเสบซีสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาต้านไวรัสรุ่นใหม่ในคนส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม เชื้อมักไม่แสดงอาการเป็นเวลานานและมักกลายเป็นเรื้อรัง ทำให้หลายคนไม่รู้ว่าติดเชื้อ หน้านี้อธิบายครบตั้งแต่การติดต่อ อาการ การติดเชื้อเรื้อรัง การรักษาที่หายขาด การตรวจ และการป้องกัน

ไวรัสตับอักเสบซีคืออะไร

ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C หรือ HCV) เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้ตับอักเสบ และอาจนำไปสู่ความเสียหายต่อตับในระยะยาว

โรคที่รักษาหายขาดได้

จุดเด่นของไวรัสตับอักเสบซีคือปัจจุบันรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาต้านไวรัสรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่สำคัญมาก

รู้ทันเพื่อดูแลตับ

เพราะเชื้อมักไม่มีอาการและมักกลายเป็นเรื้อรัง การตรวจจึงสำคัญมากในการพบและรักษาแต่เนิ่น ๆ ดูภาพรวมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI)

เทียบไวรัสตับอักเสบซีกับบี

ไวรัสตับอักเสบซีและบีต่างเป็นเชื้อที่ทำลายตับ แต่มีความต่างที่ควรรู้

เปรียบเทียบไวรัสตับอักเสบบีและซี

เปรียบเทียบไวรัสตับอักเสบบีไวรัสตับอักเสบซี
การติดต่อเลือด เพศสัมพันธ์ และแม่สู่ลูกเลือดเป็นหลัก
วัคซีนมีวัคซีนยังไม่มีวัคซีน
การกลายเป็นเรื้อรังผู้ใหญ่ส่วนใหญ่หายเองส่วนใหญ่กลายเป็นเรื้อรัง
การรักษายาต้านไวรัสช่วยควบคุมยารักษาหายขาดได้

อยากรู้เรื่องบีเพิ่มเติม

ไวรัสตับอักเสบบีมีวัคซีนป้องกัน ซึ่งเป็นจุดต่างสำคัญจากซี อ่านเพิ่มที่ ไวรัสตับอักเสบบี

การติดต่อ

ไวรัสตับอักเสบซีติดต่อทางเลือดเป็นหลัก

ช่องทางการติดต่อ

  • ทางเลือด เป็นหลัก เช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หรือการสัมผัสเลือดที่มีเชื้อ
  • ทางเพศสัมพันธ์ พบได้แต่น้อยกว่าไวรัสตับอักเสบบี โดยเฉพาะในกรณีที่มีเลือดออกร่วมด้วย
  • จากแม่สู่ลูก พบได้แต่ไม่บ่อย

ลดความเสี่ยงได้

การไม่ใช้เข็มหรือของมีคมร่วมกัน การใช้ถุงยาง และการหลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือดที่มีเชื้อ ช่วยลดความเสี่ยงได้

อาการ

ไวรัสตับอักเสบซีมักไม่แสดงอาการเป็นเวลานาน

มักไม่มีอาการ

หลายคนที่ติดเชื้อไม่มีอาการเป็นปี ทำให้ไม่รู้ตัวและตับค่อย ๆ ถูกทำลาย นี่คือเหตุผลที่การตรวจสำคัญ

อาการที่อาจพบ

หากมีอาการ อาจรวมถึงอ่อนเพลีย ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม เบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือปวดบริเวณตับ ซึ่งมักปรากฏเมื่อโรคดำเนินไปมากแล้ว

การติดเชื้อเรื้อรัง

ไวรัสตับอักเสบซีมักกลายเป็นการติดเชื้อเรื้อรัง

มักกลายเป็นเรื้อรัง

ต่างจากไวรัสตับอักเสบบีที่ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่หายเอง ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีส่วนใหญ่จะกลายเป็นการติดเชื้อเรื้อรังหากไม่ได้รับการรักษา

เหตุที่ต้องดูแล

การติดเชื้อเรื้อรังที่ไม่ได้รับการรักษาเป็นสาเหตุของความเสียหายต่อตับในระยะยาว แต่เพราะปัจจุบันรักษาหายขาดได้ การตรวจพบและรักษาแต่เนิ่น ๆ จึงช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้

ภาวะแทรกซ้อน

หากไม่ได้รับการรักษา ไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังอาจก่อภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง

ผลต่อตับในระยะยาว

  • ตับแข็ง (cirrhosis) จากการอักเสบเรื้อรัง
  • มะเร็งตับ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง
  • ภาวะตับวาย ในกรณีที่รุนแรง

รักษาก่อนเกิดความเสียหาย

เพราะไวรัสตับอักเสบซีรักษาหายขาดได้ การตรวจพบและรักษาก่อนที่ตับจะเสียหายมากช่วยป้องกันภาวะเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รักษาหายขาดได้

ข่าวดีที่สำคัญที่สุดของไวรัสตับอักเสบซีคือ ปัจจุบันรักษาให้หายขาดได้

ยารักษาที่ได้ผลสูง

ปัจจุบันมี ยาต้านไวรัสที่รักษาไวรัสตับอักเสบซีให้หายขาดได้ ในคนส่วนใหญ่ โดยกินยาเป็นระยะเวลาหนึ่งตามที่แพทย์กำหนด ยารุ่นใหม่มีผลข้างเคียงน้อยและได้ผลสูง

การรักษาช่วยปกป้องตับ

การรักษาที่หายขาดช่วยหยุดความเสียหายต่อตับและลดความเสี่ยงของตับแข็งและมะเร็งตับ ผู้ที่มีความเสี่ยงจึงควรตรวจเพื่อเข้าถึงการรักษาแต่เนิ่น ๆ

ยังไม่มีวัคซีน

ต่างจากไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซียังไม่มีวัคซีนป้องกัน

เน้นการป้องกันด้านอื่น

เพราะยังไม่มีวัคซีน การป้องกันไวรัสตับอักเสบซีจึงเน้นการหลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือดที่มีเชื้อ เช่น การไม่ใช้เข็มร่วมกัน และการใช้ถุงยาง

การตรวจคือกุญแจสำคัญ

การตรวจสม่ำเสมอในผู้ที่มีความเสี่ยงช่วยให้พบและรักษาได้เร็ว ซึ่งชดเชยการที่ยังไม่มีวัคซีนได้ในระดับหนึ่ง เพราะการรักษาหายขาดได้

การตรวจ

การตรวจไวรัสตับอักเสบซีทำได้ด้วยการตรวจเลือด

วิธีการตรวจ

การตรวจเลือดสามารถบอกได้ว่าเคยสัมผัสเชื้อและมีการติดเชื้ออยู่หรือไม่ ซึ่งนำไปสู่การรักษาที่หายขาดได้

ใครควรตรวจ

ผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น เคยใช้เข็มร่วมกัน เคยได้รับเลือดในอดีต หรือมีคู่ที่ติดเชื้อ ควรพิจารณาตรวจ การตรวจไวรัสตับอักเสบซีพร้อมกับ HIV และ STI อื่นเป็นแนวทางที่ดี อ่านเรื่องการตรวจที่ การตรวจ STI

การป้องกัน

การป้องกันไวรัสตับอักเสบซีเน้นการลดการสัมผัสเลือดที่มีเชื้อ

วิธีป้องกัน

  • ไม่ใช้เข็มหรือของมีคมร่วมกัน เช่น เข็มฉีดยา มีดโกน หรืออุปกรณ์สัก
  • ใช้ถุงยางอนามัย เพื่อลดความเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ อ่านเพิ่มที่ ถุงยางอนามัย
  • ตรวจสม่ำเสมอ หากมีความเสี่ยง เพื่อเข้าถึงการรักษาแต่เนิ่น ๆ

รักษาแล้วยังต้องป้องกัน

แม้จะรักษาหายขาดแล้ว การหายไม่ได้ทำให้มีภูมิคุ้มกันถาวร จึงสามารถติดเชื้อซ้ำได้หากสัมผัสเชื้ออีก การป้องกันและการตรวจสม่ำเสมอจึงยังสำคัญ

ไวรัสตับอักเสบซีกับ HIV

ไวรัสตับอักเสบซีกับ HIV มีความเชื่อมโยงกันที่ควรรู้

การติดเชื้อร่วม

เพราะไวรัสตับอักเสบซีและ HIV มีช่องทางการติดต่อทางเลือดร่วมกัน การติดเชื้อร่วมจึงพบได้ และอาจทำให้โรคตับดำเนินเร็วขึ้น การดูแลทั้งสองอย่างพร้อมกันจึงสำคัญ

ตรวจและดูแลไปพร้อมกัน

การตรวจไวรัสตับอักเสบซีและ HIV พร้อมกันเป็นแนวทางที่ดี ผู้ที่มี HIV ควรตรวจไวรัสตับอักเสบซีและปรึกษาแพทย์เรื่องการดูแลตับและการรักษา ดูภาพรวมที่ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI)

สรุป

ไวรัสตับอักเสบซีเป็นการติดเชื้อไวรัสที่ส่งผลต่อตับ และเป็นสาเหตุสำคัญของตับแข็งและมะเร็งตับ ต่างจากบีตรงที่ยังไม่มีวัคซีน แต่มักกลายเป็นเรื้อรังและมักไม่มีอาการ การตรวจจึงเป็นวิธีสำคัญที่จะรู้สถานะ

ข่าวดีที่สำคัญคือ ไวรัสตับอักเสบซีรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาต้านไวรัสรุ่นใหม่ในคนส่วนใหญ่ การป้องกันทำได้ด้วยการไม่ใช้เข็มร่วมกัน ถุงยาง และการตรวจสม่ำเสมอ และแม้รักษาหายแล้วก็ยังติดซ้ำได้ การป้องกันจึงยังสำคัญ

หากต้องการตรวจไวรัสตับอักเสบซี STI อื่น หรือ HIV ค้นหาและจองคลินิกได้ที่ Love2Test

แหล่งอ้างอิง

เนื้อหาอ้างอิงจากแนวทางองค์กรด้านสุขภาพระดับสากลและในประเทศ

  1. WHO — hepatitis C
  2. CDC — hepatitis C
  3. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

คำถามที่พบบ่อย

ไวรัสตับอักเสบซีรักษาหายได้ไหม?
ได้ ปัจจุบันมียาต้านไวรัสที่รักษาไวรัสตับอักเสบซีให้หายขาดได้ในคนส่วนใหญ่ โดยกินยาเป็นระยะเวลาหนึ่งตามที่แพทย์กำหนด
ไวรัสตับอักเสบซีมีวัคซีนไหม?
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบซี การป้องกันเน้นการไม่ใช้เข็มร่วมกัน ถุงยาง และการตรวจ
ไวรัสตับอักเสบซีติดต่ออย่างไร?
ติดต่อทางเลือดเป็นหลัก เช่น การใช้เข็มร่วมกัน ส่วนการติดต่อทางเพศสัมพันธ์พบได้แต่น้อยกว่าไวรัสตับอักเสบบี
ไวรัสตับอักเสบซีมีอาการไหม?
มักไม่มีอาการเป็นเวลานานและมักกลายเป็นเรื้อรัง หลายคนจึงไม่รู้ตัว การตรวจเลือดจึงสำคัญ
รักษาหายแล้วติดซ้ำได้ไหม?
ได้ การหายไม่ได้ทำให้มีภูมิคุ้มกันถาวร จึงติดเชื้อซ้ำได้หากสัมผัสเชื้ออีก การป้องกันจึงยังสำคัญ
ไวรัสตับอักเสบซีต่างจากบีอย่างไร?
ซียังไม่มีวัคซีนแต่รักษาหายขาดได้ ส่วนบีมีวัคซีนป้องกันและควบคุมด้วยยา อ่านเรื่องบีที่หน้าไวรัสตับอักเสบบี

อ่านต่อในหมวดนี้

อยากรู้เพิ่มหรือพร้อมตรวจแล้ว?

หาที่ตรวจ