หนองใน (แท้และเทียม)
หนองในเป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยที่สุด แบ่งออกเป็นสองชนิดที่มักถูกพูดถึงคู่กัน คือ หนองในแท้ซึ่งเกิดจากเชื้อ Neisseria gonorrhoeae และหนองในเทียมซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อ Chlamydia ทั้งสองมีอาการคล้ายกันแต่ต่างกันในรายละเอียด และสำคัญเพราะหากไม่รักษาอาจนำไปสู่ภาวะมีบุตรยากและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ข่าวดีคือหนองในทั้งสองชนิดรักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะ หน้านี้อธิบายครบตั้งแต่ความแตกต่างของแท้และเทียม สาเหตุ อาการในชายและหญิง ภาวะแทรกซ้อน การตรวจ การรักษา และการป้องกัน
หนองในคืออะไร
หนองใน (Gonorrhea) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และพบบ่อยทั้งในไทยและทั่วโลก
สองชนิดที่พูดถึงคู่กัน
- หนองในแท้ เกิดจากเชื้อ Neisseria gonorrhoeae
- หนองในเทียม ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อ Chlamydia trachomatis
ทั้งสองชนิดมีอาการคล้ายกันจนบางครั้งแยกได้ยาก แต่มีสาเหตุและรายละเอียดต่างกัน
รักษาหายได้ถ้าไม่ละเลย
ทั้งหนองในแท้และเทียมรักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่หากปล่อยไว้อาจก่อภาวะแทรกซ้อน ดูภาพรวมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI)
หนองในแท้ vs หนองในเทียม
แม้จะเรียกรวมว่าหนองใน แต่หนองในแท้และเทียมมีความแตกต่างที่ควรรู้
เปรียบเทียบหนองในแท้และเทียม
| เปรียบเทียบ | หนองในแท้ | หนองในเทียม |
|---|---|---|
| เชื้อก่อโรค | Neisseria gonorrhoeae | Chlamydia trachomatis |
| ระยะฟักตัว | 2 ถึง 7 วัน (สั้น) | 1 ถึง 3 สัปดาห์ (นานกว่า) |
| ลักษณะหนองหรือตกขาว | ข้น เหลืองเขียว ชัดเจน | ใสหรือขาว น้อยกว่า มักซ่อนเร้น |
| การรักษาหลัก | ฉีดยาปฏิชีวนะ | ยาปฏิชีวนะชนิดกิน |
มักพบร่วมกันได้
ผู้ติดเชื้อบางรายอาจมีทั้งสองชนิดพร้อมกัน แพทย์จึงอาจพิจารณารักษาให้ครอบคลุมทั้งคู่ การตรวจช่วยให้รู้ว่าติดเชื้อชนิดใดและรักษาได้ตรงจุด
สาเหตุและการติดต่อ
หนองในติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์เป็นหลัก
ช่องทางการติดต่อ
หนองในติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก และปาก โดยไม่ป้องกัน เชื้อสามารถติดที่ท่อปัสสาวะ ปากมดลูก ทวารหนัก และลำคอได้
พฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยง
- การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยาง
- การมีคู่นอนหลายคน
- การใช้เซ็กส์ทอยร่วมกันโดยไม่ทำความสะอาด
หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้ออาจถ่ายทอดสู่ทารกระหว่างคลอด ทำให้ทารกติดเชื้อที่ตาได้
ระยะฟักตัวต่างกัน
หนองในแท้มักแสดงอาการเร็วภายในไม่กี่วัน ในขณะที่หนองในเทียมอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ ความต่างนี้ทำให้บางคนไม่เชื่อมโยงอาการกับการสัมผัสเชื้อครั้งก่อน การตรวจจึงช่วยยืนยันได้ชัดเจน
อาการในผู้ชาย
อาการหนองในในผู้ชายมักปรากฏชัดเจนและเกิดเร็ว
อาการที่พบบ่อย
- แสบหรือปวดขณะปัสสาวะ ซึ่งมักเป็นอาการแรก
- มีหนองสีเหลืองหรือเขียว ไหลออกจากปลายอวัยวะเพศ
- เจ็บหรือบวมที่อัณฑะ ซึ่งบ่งบอกว่าเชื้อเริ่มลุกลาม
ตำแหน่งอื่น
หากติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักหรือปาก อาจมีอาการเฉพาะที่ เช่น ปวดหรือมีหนองจากทวารหนัก หรือเจ็บคอ อาการชัดเจนในผู้ชายมักทำให้มาพบแพทย์เร็วกว่า
อย่ารอให้อาการหาย
แม้อาการบางอย่างอาจดูทุเลาลง แต่เชื้อยังอยู่และลุกลามได้ ผู้ชายที่มีอาการจึงควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง ไม่ควรซื้อยากินเอง เพราะอาจได้ยาไม่ตรงกับเชื้อ
อาการในผู้หญิง
อาการหนองในในผู้หญิงมักไม่ชัดเจน ทำให้หลายคนไม่รู้ตัว
อาการที่อาจพบ
- ตกขาวผิดปกติ อาจมีกลิ่นหรือลักษณะคล้ายหนอง
- ปวดท้องน้อยหรือปวดอุ้งเชิงกราน โดยเฉพาะแบบเรื้อรัง
- แสบขณะปัสสาวะ หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
- เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
เหตุที่ต้องระวัง
เพราะอาการในผู้หญิงมักน้อยหรือไม่มี ผู้ติดเชื้อจำนวนมากจึงไม่รู้ตัวจนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น อุ้งเชิงกรานอักเสบ การตรวจสม่ำเสมอจึงสำคัญมาก
ผลกระทบระยะยาว
หากหนองในในผู้หญิงไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่การอักเสบในอุ้งเชิงกรานที่ส่งผลต่อการมีบุตรในอนาคต การตรวจพบและรักษาแต่เนิ่น ๆ จึงช่วยปกป้องสุขภาพในระยะยาว
อาการที่ไม่แสดง
เรื่องสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือ หนองในอาจไม่แสดงอาการเลย
ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการ
โดยเฉพาะในผู้หญิง และผู้ที่ติดเชื้อบริเวณลำคอหรือทวารหนัก อาจไม่มีอาการใด ๆ ในช่วงแรก แต่ยังสามารถแพร่เชื้อให้คู่ได้
ตรวจแม้ไม่มีอาการ
เพราะเหตุนี้ ผู้ที่มีความเสี่ยงจึงควรตรวจสุขภาพทางเพศสม่ำเสมอ แม้จะรู้สึกสบายดี การตรวจช่วยให้พบและรักษาได้ก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน อ่านเรื่องการตรวจที่ การตรวจ STI
ภาวะแทรกซ้อน
หากไม่รักษา หนองในอาจก่อภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิด
- ภาวะมีบุตรยาก ทั้งในชายจากการอักเสบของท่อนำอสุจิ และในหญิงจากการอักเสบของท่อนำไข่หรืออุ้งเชิงกรานอักเสบ
- การติดเชื้อในกระแสเลือดหรือข้อต่อ ในกรณีที่เชื้อแพร่กระจาย
- การถ่ายทอดสู่ทารก ทำให้ทารกติดเชื้อที่ตาระหว่างคลอด
เพิ่มความเสี่ยง HIV
หนองในทำให้เยื่อบุอักเสบ ซึ่งเพิ่มโอกาสรับเชื้อ HIV ได้หลายเท่า การรักษาแต่เนิ่น ๆ จึงช่วยป้องกันทั้งภาวะแทรกซ้อนและลดความเสี่ยง HIV
ป้องกันได้ด้วยการรักษา
ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้เกิดเมื่อปล่อยเชื้อไว้นานโดยไม่รักษา การตรวจและรักษาหนองในตั้งแต่ระยะแรกช่วยป้องกันได้เกือบทั้งหมด ทำให้หายขาดและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
การวินิจฉัย
การวินิจฉัยหนองในทำได้ง่ายด้วยการตรวจ
วิธีการตรวจ
แพทย์อาจเก็บตัวอย่างจากปัสสาวะ หรือจากบริเวณที่ติดเชื้อ เช่น ท่อปัสสาวะ ปากมดลูก ทวารหนัก หรือลำคอ เพื่อตรวจหาเชื้อ การตรวจสามารถบอกได้ว่าติดหนองในแท้ เทียม หรือทั้งสอง
ตรวจ HIV และ STI อื่นไปด้วย
เนื่องจากหนองในมักพบร่วมกับ STI อื่น การตรวจ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นไปพร้อมกันเป็นแนวทางที่ดี ช่วยให้ดูแลสุขภาพทางเพศได้ครบถ้วน
การรักษา
หนองในรักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์
การรักษาตามชนิด
- หนองในแท้ มักรักษาด้วยการ ฉีดยาปฏิชีวนะ เช่น เซฟไตรอะโซน
- หนองในเทียม มักรักษาด้วย ยาปฏิชีวนะชนิดกิน เช่น ดอกซีไซคลินหรืออะซิโทรมัยซิน
แพทย์จะเลือกยาที่เหมาะสม และในบางกรณีอาจรักษาให้ครอบคลุมทั้งสองชนิด
ต้องรักษาคู่และงดเพศสัมพันธ์
- คู่นอนควรได้รับการรักษาพร้อมกัน แม้ไม่มีอาการ เพื่อป้องกันการติดซ้ำ
- งดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 7 วันหลังได้รับยา และจนกว่าอาการจะหาย
- ควรตรวจซ้ำ ตามที่แพทย์แนะนำ
เชื้อหนองในแท้มีปัญหาการดื้อยาเพิ่มขึ้น การรักษาตามคำแนะนำแพทย์อย่างครบถ้วนจึงสำคัญ
กินยาให้ครบ
การกินยาหรือรับยาให้ครบตามที่แพทย์สั่งสำคัญมาก แม้อาการจะดีขึ้นก่อน การหยุดยาเองอาจทำให้เชื้อไม่ถูกกำจัดหมดและเสี่ยงต่อการดื้อยา
การป้องกัน
การป้องกันหนองในทำได้ด้วยวิธีเดียวกับ STI อื่น ๆ
วิธีป้องกัน
- ใช้ถุงยางอนามัย อย่างถูกต้องทุกครั้ง ทั้งทางช่องคลอด ทวารหนัก และปาก อ่านเพิ่มที่ ถุงยางอนามัย
- ตรวจสุขภาพทางเพศสม่ำเสมอ ทุก 6 ถึง 12 เดือนหากมีความเสี่ยง
- ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวหรือเซ็กส์ทอยร่วมกัน
- สื่อสารกับคู่ เรื่องการตรวจและสุขภาพทางเพศ
การตรวจคือการป้องกันที่สำคัญ
เพราะหนองในมักไม่มีอาการ การตรวจสม่ำเสมอจึงช่วยพบและรักษาได้เร็ว ลดโอกาสแพร่เชื้อและภาวะแทรกซ้อน
หนองในกับ HIV
หนองในกับ HIV มีความเชื่อมโยงกันที่ควรรู้
เพิ่มความเสี่ยง HIV
การอักเสบจากหนองในทำให้เยื่อบุรับเชื้อ HIV ได้ง่ายขึ้น ผู้ที่มีหนองในจึงมีความเสี่ยงต่อการติด HIV สูงขึ้น การดูแลหนองในจึงเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกัน HIV
ตรวจและป้องกันไปพร้อมกัน
การตรวจหนองในและ HIV พร้อมกันเป็นแนวทางที่ดี และถุงยางช่วยป้องกันทั้งสองอย่าง ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อ HIV อาจพิจารณา PrEP ร่วมด้วย ดูภาพรวมที่ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI)
สรุป
หนองในเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อย แบ่งเป็นหนองในแท้จากเชื้อ Neisseria gonorrhoeae และหนองในเทียมจากเชื้อ Chlamydia ทั้งสองมีอาการคล้ายกันแต่ต่างกันในรายละเอียด อาการในผู้ชายมักชัดเจน ส่วนผู้หญิงมักไม่มีอาการ ทำให้การตรวจสำคัญมาก
ข่าวดีคือหนองในทั้งสองชนิดรักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะ โดยคู่นอนควรรักษาพร้อมกัน หากไม่รักษาอาจก่อภาวะมีบุตรยากและเพิ่มความเสี่ยง HIV การป้องกันทำได้ด้วยถุงยางและการตรวจสม่ำเสมอ
หากต้องการตรวจหนองใน STI อื่น หรือ HIV ค้นหาและจองคลินิกได้ที่ Love2Test
แหล่งอ้างอิง
เนื้อหาอ้างอิงจากแนวทางองค์กรด้านสุขภาพระดับสากลและในประเทศ